ดีลพันธมิตรนับสิบรายหนุนไฮเออร์ เอนเนอร์จี ขยายอีโคซิสเต็มพลังงานสะอาดในภูมิภาค
การจัดงาน ASEAN Sustainable Energy Week ครั้งที่ 22 (ASEW 2026) ที่กรุงเทพฯ ปิดฉากลงพร้อมการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของไฮเออร์ เอนเนอร์จี ในตลาดพลังงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้...
SAVE PATTAYA สะท้อนแรงต้านสื่อ ชาวเมืองเรียกร้องรับผิดชอบต่อคำพูด
ชุมชนพัทยารวมตัวจัดแคมเปญ “SAVE PATTAYA” ที่ลานกิจกรรมสีน้ำเงิน ท่าเรือบาลีฮาย เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม เพื่อตอบโต้นำเสนอของรายการโทรทัศน์หนึ่งที่ถูกมองว่าทำให้ภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวเสียหาย...
เมื่อผู้บริโภคอยากทั้งสตาร์บัคส์และน้ำซุปกระดูก: โอกาสใหม่ของเครื่องดื่มโปรตีน
น้ำซุปกระดูก ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของกระแสไดเอตสายพาลีโอ คีโต และโลว์คาร์บ กำลังปรับภาพลักษณ์ใหม่อย่างรวดเร็ว สู่การเป็นเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลที่หลุดพ้นจากกรอบ “ซุปถ้วยร้อน” แบบเดิม ๆ...
EDC จับมือ EXIM Thailand ปูทางการค้า–การลงทุนแคนาดา–ไทย รับดีมานด์เอเชียแปซิฟิก
Export Development Canada (EDC) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Thailand) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในกรุงเทพฯ...
EV ไทยโตต่อเนื่อง ยอดลงทุนแตะ 4.1 พันล้านดอลลาร์ ดันซัพพลายเออร์เข้าโซ่คุณค่าโลก
ไทยกำลังเร่งยกระดับบทบาทจากฐานการผลิตยานยนต์สันดาปสู่ศูนย์กลางรถยนต์ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)...

เมียนมาในภาวะฉุกเฉินด้านมนุษยธรรม เร่งคนหนีเข้าไทยเพื่อความปลอดภัยและปากท้อง

05.07.2026


กระแสการย้ายถิ่นจากเมียนมาสู่ประเทศไทยเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญช่วงต้นปีนี้ โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ของสหประชาชาติเผยว่า มีชาวเมียนมาเกือบ 700,000 คนเดินทางเข้ามาในไทยในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน สะท้อนแรงกดดันด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมที่ทวีความรุนแรงในประเทศซึ่งยังเผชิญความขัดแย้งภายในและวิกฤตด้านมนุษยธรรมอย่างยืดเยื้อ

รายงานของ IOM ระบุว่า ชาวเมียนมาจำนวน 687,000 คนเข้าสู่ไทยผ่านด่านชายแดนหลักในจังหวัดตาก ระนอง กาญจนบุรี และเชียงราย ภายในระยะเวลาเพียงสี่เดือน โดยปัจจัยผลักดันสำคัญมาจากกฎหมายเกณฑ์ทหารของทางการเมียนมา รวมถึงผลกระทบต่อเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในภาคกลางของประเทศเมื่อปีก่อน ทำให้ประชาชนจำนวนมากพยายามหลีกเลี่ยงการถูกเกณฑ์และมองหาโอกาสทำกินในประเทศเพื่อนบ้าน

ข้อมูลเชิงลึกจากการสัมภาษณ์ผู้เดินทาง 3,504 คนโดย IOM ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของกลุ่มคนที่เคลื่อนย้ายข้ามแดน โดย 41% ไม่มีเอกสารทางการ ขณะที่แรงจูงใจในการเดินทางมีทั้งด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัย เช่น 29% เดินทางมาเพื่อการค้า 28% มาเยี่ยมหรือพบครอบครัวและเพื่อนฝูง 9% มุ่งหางานทำ และ 6% ระบุว่าหนีจากความขัดแย้ง นอกจากนี้ประมาณ 11% ถูกจัดเป็นผู้เดินทางระยะยาวเนื่องจากไม่แน่ใจระยะเวลาพำนักในไทย สะท้อนว่าบางส่วนอาจไม่ได้มองการอยู่ในไทยเป็นเพียงทางผ่านระยะสั้น

รายงานยังชี้ว่า ไทยไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางเดียวของการอพยพจากเมียนมา ผู้เดินทางบางส่วนมุ่งหน้าต่อไปยังมาเลเซียผ่านจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย แต่ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางนี้ยังมีจำกัด ทำให้การติดตามและประเมินขนาดของการเคลื่อนย้ายประชากรทำได้ยาก ท่ามกลางภาพรวมที่เมียนมากำลังเผชิญภาวะฉุกเฉินด้านมนุษยธรรมจากการสู้รบ การย้ายถิ่นขนาดใหญ่ และปัจจัยซ้ำซ้อนอย่างเศรษฐกิจถดถอยและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งองค์กรด้านมนุษยธรรมประเมินว่าจำเป็นต้องมีการตอบสนองแบบบูรณาการทั้งด้านการทูต ความช่วยเหลือฉุกเฉิน และการพัฒนาระยะยาว