ศูนย์สแกมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเฟื่องฟู แม้ไทยเคยช่วยเหยื่อกว่า 5,000 คนจากเมียวดี
เครือข่ายภาคประชาสังคมด้านการช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ (Civil Society Network for Human Trafficking Victim Assistance: CSNHTV) เปิดเผยว่า มีผู้คนมากกว่า 5,300...
Hotel101 Bangkok เตรียมขึ้นแท่นหนึ่งในสามโรงแรมใหญ่สุดของกรุงเทพฯ ตามจำนวนห้องพัก
Hotel101 Global Holdings Corp. ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มฮอสพิทัลิตีแบบ asset-light ภายใต้โมเดล “คอนโดเทล” เดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง ด้วยการลงนามข้อตกลงร่วมทุนแบบเด็ดขาด (definitive binding...
EDC จับมือ EXIM Thailand ปูทางการค้า–การลงทุนแคนาดา–ไทย รับดีมานด์เอเชียแปซิฟิก
Export Development Canada (EDC) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Thailand) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในกรุงเทพฯ...
เมื่อผู้บริโภคอยากทั้งสตาร์บัคส์และน้ำซุปกระดูก: โอกาสใหม่ของเครื่องดื่มโปรตีน
น้ำซุปกระดูก ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของกระแสไดเอตสายพาลีโอ คีโต และโลว์คาร์บ กำลังปรับภาพลักษณ์ใหม่อย่างรวดเร็ว สู่การเป็นเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลที่หลุดพ้นจากกรอบ “ซุปถ้วยร้อน” แบบเดิม ๆ...
EV ไทยโตต่อเนื่อง ยอดลงทุนแตะ 4.1 พันล้านดอลลาร์ ดันซัพพลายเออร์เข้าโซ่คุณค่าโลก
ไทยกำลังเร่งยกระดับบทบาทจากฐานการผลิตยานยนต์สันดาปสู่ศูนย์กลางรถยนต์ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)...

แผนเศรษฐกิจใหม่ไทยชู 7 อุตสาหกรรมดาวรุ่ง ขับเคลื่อนรายได้ต่อหัวเติบโต

25.06.2026


รัฐบาลไทยกำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการยกระดับประเทศสู่กลุ่มรายได้สูงภายใน 12 ปี ควบคู่กับการผลักดันให้ไทยติดกลุ่ม 20 ประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงสุดของโลกภายในปี 2573 (ค.ศ.2030) ตามกรอบแนวนโยบายที่ได้จากการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (JPPCC) ครั้งแรก ซึ่งมีเอกนิติ นิธิธนาพงศ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้แถลงผลสรุป

ภายใต้เป้าหมายระยะยาว รัฐบาลตั้งใจยกระดับรายได้ประชาชาติประชต่อหัวจากปัจจุบันราว 8,000–9,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ให้ทะลุระดับมากกว่า 15,000 ดอลลาร์ โดยกำหนดให้การหลุดพ้นจาก “กับดักรายได้ปานกลาง” เป็นแกนกลางของยุทธศาสตร์ เฟรมเวิร์กใหม่แบ่งออกเป็นเป้าระยะสั้น กลาง และยาว โดยในระยะกลางมุ่งยกระดับศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจจากราว 2.7% ให้เกิน 3% ควบคู่กับการขยับอันดับความสามารถในการแข่งขันสู่ท็อป 20 ของโลก ผ่านการเสริมเสถียรภาพมหภาคและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลัก เช่น ระบบไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำ

แผนเศรษฐกิจฉบับใหม่ยังให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการออกแบบโรดแมปและการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจากประมาณ 22% ของจีดีพีให้เข้าใกล้ระดับ 30% พร้อมทั้งผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ถูกระบุว่าเป็นจุดแข็งของไทย 7 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรและอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร ยานยนต์อนาคต อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลและเอไอ สุขภาพและยา การค้า และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กลไกเหล่านี้ถูกจัดวางในโครงการ “Reinvent Thailand” ที่มุ่งขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก คือ การลงทุน การค้าและบริการ การพัฒนาทุนมนุษย์ และการยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐ

ในเชิงโครงสร้าง รัฐบาลระบุว่าจะเร่งใช้งาน “เครื่องยนต์” เศรษฐกิจ 4 ด้าน ได้แก่ การลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมอนาคต การเสริมศักยภาพภาคท่องเที่ยวและเกษตร การพัฒนาทักษะแรงงานและทุนมนุษย์ และการรื้ออุปสรรคเชิงกฎระเบียบเพื่อให้การทำธุรกิจคล่องตัวขึ้น เอกนิติเปรียบความร่วมมือรัฐ–เอกชนครั้งนี้เสมือนการจัดทีมฟุตบอลที่มีทั้งแนวรับคอยรักษาเสถียรภาพทางการคลังและความเชื่อมั่น แนวกึ่งกลางสนามที่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโต และแนวรุกที่ผลักดันอุตสาหกรรมศักยภาพและรายได้ใหม่ ๆ เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปสู่สถานะประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน