ดีล IMCD – Merit Solution ปรับสมดุลอุตสาหกรรมพลาสติกและคอมพาวด์ไทย
IMCD N.V. ผู้จัดจำหน่ายและผู้พัฒนาสูตรเคมีภัณฑ์เฉพาะทางสัญชาติดัตช์ เดินหน้าขยายธุรกิจในไทยด้วยการลงนามข้อตกลงเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดใน Merit Solution Co., Ltd....
EDC จับมือ EXIM Thailand ปูทางการค้า–การลงทุนแคนาดา–ไทย รับดีมานด์เอเชียแปซิฟิก
Export Development Canada (EDC) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Thailand) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในกรุงเทพฯ...
Elementa เปิดลงทะเบียนทดสอบเบต้า ‘Dichotomy’ เกม RPG โลกเปิด Silver Palace ภาคใหญ่สุด
ผู้พัฒนาและผู้จัดจำหน่ายเกมระดับโลก Elementa เปิดแคมเปญรับสมัครผู้เล่นเข้าร่วมทดสอบเบต้าชุดใหม่ในชื่อ “Dichotomy” สำหรับ Silver Palace เกมแฟนตาซีแนวแอ็กชัน RPG...
EV ไทยโตต่อเนื่อง ยอดลงทุนแตะ 4.1 พันล้านดอลลาร์ ดันซัพพลายเออร์เข้าโซ่คุณค่าโลก
ไทยกำลังเร่งยกระดับบทบาทจากฐานการผลิตยานยนต์สันดาปสู่ศูนย์กลางรถยนต์ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)...
SAVE PATTAYA สะท้อนแรงต้านสื่อ ชาวเมืองเรียกร้องรับผิดชอบต่อคำพูด
ชุมชนพัทยารวมตัวจัดแคมเปญ “SAVE PATTAYA” ที่ลานกิจกรรมสีน้ำเงิน ท่าเรือบาลีฮาย เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม เพื่อตอบโต้นำเสนอของรายการโทรทัศน์หนึ่งที่ถูกมองว่าทำให้ภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวเสียหาย...

สิทธิฯ แฉคอมพาวด์สแกมในเขต DKBA ยังไม่ถูกรื้อ เหยื่อชาวจีน ฟิลิปปินส์ เคนยา และอีกหลายชาติยังถูกกักขัง

25.06.2026


องค์กรสิทธิมนุษยชนออกมาเตือนว่า ยังคงมีผู้คนมากกว่า 5,300 คนติดอยู่ในศูนย์หลอกลวงออนไลน์ใกล้ชายแดนเมียนมากับไทย แม้จะผ่านมาเกินหนึ่งปีนับจากการกวาดล้างข้ามชาติครั้งใหญ่ในพื้นที่ดังกล่าวแล้วก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวมาจากจดหมายลงวันที่ 22 มิถุนายน ที่เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ (Civil Society Network for Human Trafficking Victim Assistance – CSNHTV) ส่งถึงตำรวจไทย เพื่อเร่งรัดให้มีปฏิบัติการเพิ่มเติมในการช่วยเหลือเหยื่อที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในคอมพาวด์ของขบวนการสแกม

CSNHTV ระบุว่า เหยื่อจำนวนมากเป็นชาวต่างชาติที่ถูกควบคุมตัวอยู่ใน 4 แห่งภายในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังติดอาวุธในเมียนมา ซึ่งรวมถึงพื้นที่ที่มีการอ้างถึงว่าอยู่ภายใต้อิทธิพลของกองทัพประชาธิปไตยกะเหรี่ยงพุทธ (Democratic Karen Buddhist Army – DKBA) กลุ่มสิทธิฯ ประเมินว่าผู้ที่ยังติดอยู่มีชาวจีนราว 1,600 คน ชาวเมียนมาประมาณ 200 คน ชาวไทยราว 20 คน รวมถึงชาวต่างชาติจากฟิลิปปินส์ ไต้หวัน มาเลเซีย บราซิล รัสเซีย เคนยา ยูกันดา รวันดา และซิมบับเว

ศูนย์สแกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในเมียนมาและกัมพูชา ถูกระบุว่าดำเนินโครงการหลอกลวงออนไลน์ผิดกฎหมายที่มุ่งโกงเงินเหยื่อทั่วโลก โดยองค์การสหประชาชาติประเมินว่าขบวนการเหล่านี้สร้างรายได้รวมกันปีละหลายพันล้านดอลลาร์ สถานประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณแนวชายแดนเมียนมา-ไทย ถูกกล่าวหาว่าบริหารงานโดยเครือข่ายอาชญากรรมที่ลักลอบค้ามนุษย์ข้ามชาติ บังคับให้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่กดขี่และมีการละเมิดอย่างต่อเนื่อง

ไทยเคยเป็นหัวหอกในการผลักดันความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อรื้อถอนศูนย์สแกมตามแนวชายแดน โดยเมื่อปีที่แล้ว ทางการสามารถช่วยเหลือผู้คนราว 5,000 คนออกจากศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่ในพื้นที่เมียวดีของเมียนมาได้ อย่างไรก็ดี จดหมายของ CSNHTV ระบุว่า คอมพาวด์จำนวนมากในเขตอิทธิพลของกองกำลังติดอาวุธยังไม่ได้ถูกรื้อถอนหรือเข้าปฏิบัติการช่วยเหลืออย่างเต็มรูปแบบ ทำให้เครือข่ายสแกมยังคงดำเนินงานและกักขังผู้คนไว้ภายใน

คำร้องขอจากองค์กรสิทธิฯ สะท้อนแรงกดดันใหม่ต่อหน่วยงานความมั่นคงไทยและรัฐบาลในภูมิภาคให้เร่งรัดความร่วมมือข้ามแดน และย้ำคำถามเก่าเรื่องการปิดช่องโหว่ด้านการค้ามนุษย์และการทำงานบังคับในพื้นที่ชายแดนที่มีความเปราะบางต่ออิทธิพลของกลุ่มติดอาวุธและเครือข่ายอาชญากรรมระหว่างประเทศ ขณะที่เหยื่อหลายพันคนจากหลากหลายประเทศยังรอการช่วยเหลือจากศูนย์สแกมที่ยังเปิดดำเนินการอยู่